วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

..ไม่ได้เข้ามาคุยเรื่องรถตัดอ้อยหรอกครับ  เพียงแต่เห็นว่าไหนๆ ก็มีการ Link ไปที่เว็บ สามารถเกษตรยนต์ ขอถือโอกาสนำข้อมูลที่เขียนไว้นานแล้วมาเล่าสู่กันฟัง.. หวังว่า คงไม่เป็นการรบกวน
...........
วันก่อนผ่านไปทาง ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี  ตั้งใจจะไปกินมื้อเที่ยงที่ร้าน "ก๋วยเตี๋ยวเป็ดห้วยเกิ้ง"ร้านนี้ใครที่ผ่านไปมาแถวนี้คงต้องเคยมีโอกาสได้แวะชิม

ติดกับร้านก๋วยเตี๋ยว เป็นร้านตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลและเครื่องมือที่ใช้เพื่อการจัดการไร่อ้อย  เห็นพี่ๆ ศข.4 กำลังมุงดูเครื่องจักรหน้าตาแปลกๆ จึงต้องขอเข้าไปสอดรู้เรื่องชาวบ้านเพื่อหาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังอย่างเคย

..เครื่องจักรกลที่เห็นอย่างในรูปถูกเรียกว่า "รถฉีดยาเอนกประสงค์ AP-1" ที่ หจก.สามารถเกษตรยนต์ ได้จัดสร้างตามแบบที่ได้สิทธิบัตรจากญี่ปุ่น โดยใช้ชิ้นส่วนซึ่งนำเข้าจากประเทศเจ้าของแปลนและปรับปรุงให้ใช้งานในไร่อ้อยบ้านเรา.

เจ้า AP-1 ตัวนี้ มีระบบรองรับน้ำหนักแบบสายพาน ทำให้สามารถเคลื่อนที่ผ่านพื้นผิวดินอ่อน เช่นในฤดูฝนได้ดีกว่าการใช้เครื่องจักรล้อยาง

เหตุที่ต้องเป็นสายพาน.. เพราะเจ้า AP-1 เป็นเครื่องจักรต้นกำลังที่ดัดแปลงให้ใช้งานได้หลายอย่าง ก่อนจะมาถึงไร่อ้อย เจ้า AP-1 ถูกใช้ในไร่มันฝรั่งโดยติดตั้งอุปกรณ์สำหรับปลูกและปูแผ่นพลาสติกใสคลุมร่องมันฝรั่ง ซึ่งเป็นงานที่ต้องการ การเคลื่อนที่ ที่ราบเรียบสม่ำเสมอและระบบสายพานตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี  เมื่อต้องมาเข้าไร่อ้อย ก็เพียงแค่เปลี่ยนมาติดอุปกรณ์พ่นสารเคมีกำจัดวัชพืช..
IP: 125.24.178.74
 
 ความคิดเห็นที่ : 4From:UdoncaneDateTime:15/12/2549Email:ไม่ระบุ

- AP-1 มีหัวพ่นยาจำนวน 4 ชุด จึงพ่นสารเคมีได้เที่ยวละ ร่อง.. ข้อมูลจากทางบริษัทประเมินว่าสามารถทำงานได้วันละ 30 ไร่ และมีโครงตัวถังสูงมากพอที่จะคร่อมอ้อยสูง 160 ซม.ได้ จึงไม่มีปัญหาเรื่องอ้อยหัก  ช่วยให้มีช่วงวันทำงานนานขึ้น

- พิจารณาจากตำแหน่งการติดตั้งหัวฉีดไว้หน้าเครื่องจักร ทำให้เข้าใจว่าน่าจะเหมาะกับสารกำจัดวัชพืชประเภทหลังงอก(ยาฆ่ามากกว่าประเภทสารกำจัดวัชพืชประเภทก่อนงอก(ยาคุมเพราะภายหลังจากฉีดยาคุมแล้ว  ไม่ควรเข้าไปทำกิจกรรมใดๆในแปลงเนื่องจากจะทำให้ผิวดินถูกรบกวนจนประสิทธิภาพการคลุมผิวดินลดลง วัชพืชมีโอกาสงอกได้  แต่ปัญหานี้ พี่ไพโรจน์ เจียมสมัย ตัวแทนจำหน่าย อธิบายว่าสามารถย้ายหัวพ่นไปติดด้านหลังได้  พี่ไพโรจน์ ยังเล่าให้ฟังว่า เจ้า AP-1 ใช้งานอย่างได้ผลในไร่ยาสูบและไร่ข้าวโพด  แถวปากช่องใช้กันหลายเจ้า

หมายเหตุ  ทราบว่าปัจจุบันมียาคุมที่ฉีดพ่นแล้วยังสามารถเข้าไปดูแลรักษาอ้อย เช่น การพรวนดินโดยใช้เครื่องจักรกลได้ตามปกติ  จึงสามารถพ่นคลุมดินไว้ได้ตั้งแต่ก่อนอ้อยงอก ซึ่งช่วยให้ชาวไร่ไม่ต้องเหนื่อยหนักกับการพ่นยาคุมในช่วงเวลาที่จำกัดเหมือนที่เคยๆ.. วันที่พบ พี่รณยุทธ์  สัตยานิคม ศข.1 มีเวลาจำกัดมากจนคุยยังไม่จบในประเด็นสารที่อาจจะตกค้างในดิน.. ขอขอบพระคุณ พี่รณยุทธ์ สำหรับความรู้ดีๆ ที่ท่านศึกษาไว้เพื่อชาวอ้อยไว้ ณ ที่นี้  และเชื่อว่าท่านคงไม่เหนื่อยที่จะตอบคำถามผู้สนใจท่านอื่นๆ..
IP: 125.24.178.74
 
 ความคิดเห็นที่ : 5From:.DateTime:15/12/2549Email:ไม่ระบุ

-ถังเก็บน้ำยาความจุ 200 ลิตร เท่ากับเครื่องพ่นยาแบบติดรถไถเล็ก  แต่เคลื่อนที่ช้ากว่า การทำงานในไร่จึงต้องมีรถยนต์ 1 คันคอยลำเลียงน้ำมาให้ถึงหัวร่อง.. อ้อ.. ลืมบอกไปว่าในการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร ต้องทำเทรลเลอร์เตี้ยๆสักตัวเพื่อลากไปยังแปลงอ้อยพร้อมกับขนน้ำไปด้วย ทั้งหมดนี้ใช้รถกระบะเก่าๆ ก็พอไหว..ใครจะใช้รถกระบะใหม่ๆ ไปขนน้ำเข้าไร่ขอให้บอก จะหากระบะเก่าๆไปแลก..
IP: 125.24.178.74
 
 ความคิดเห็นที่ : 6From:.DateTime:15/12/2549Email:ไม่ระบุ

-การควบคุมและบังคับเลี้ยว ใช้ระบบคันบังคับตามแบบในรูป.. แต่เนื่องจาก Udoncane ยังไม่เคยทดลองขับหรือใช้งานจริงในไร่ จึงไม่ทราบว่าการโคลงตัวเมื่อเจอก้อนดินในร่องอ้อยที่ไม่ราบเรียบหรือการแกว่งของหัวพ่นยาจะเป็นอย่างไรบ้าง  ท่านใดอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมโปรดสอบถามได้ที่ พี่ไพโรจน์ เจียมสมัย โทร0-4239-8547,  08-1261-6074.. หรือกรอกเช็คตัวเลข ประมาณ 2xx,xxx บาท มาแลกกับ เจ้า AP-1 ไปทดลองใช้ โดย Udoncane จะขอตามไปหาข้อมูลในภาคสนามต่อไป..

หมายเหตุ   ในกิจกรรมที่เกี่ยวกับอ้อย เราใช้ AP-1 สำหรับพ่นสารเคมีได้อย่างเดียว  ส่วนรถไถเล็กจะมีอุปกรณ์ที่ใช้ในงานดูแลรักษาอ้อยได้หลายอย่าง  แต่ก็แน่นอนว่าราคาย่อมแพงกว่า.. ตรงนี้ยังไม่อยากให้สรุปว่าอะไรดี-ไม่ดี  เพราะต่างก็มีจุดดีในตัวเอง  การเอาจุดดีของสิ่งหนึ่ง ไปตีจุดด้อยของสิ่งหนึ่งนั้น.. เป็นการไม่ยุติธรรม  มิใช่สิ่งที่วิญญูชนพึงประพฤติ..
เอ้อ.. ระยะหลังนี้ชักจะติดสำนวนโกวเล้งมากไปหน่อยแฮะ
IP: 125.24.178.74
 
 ความคิดเห็นที่ : 7From:.DateTime:15/12/2549Email:ไม่ระบุ

ขอนอกเรื่องนิดนึง..
.. เคยสงสัยว่าทำไมเครื่องจักรกลหนักประเภทแบ็คโฮล์ หนักหลายสิบตัน ถึงลงไปลุยโคลนขุดลอกหนองบึงได้..ทีเราขับรถกระบะหนักตันเดียวเข้าไร ่เจอดินเปียกหน่อยเดียวดันติดหล่มซะแล้ว..

มีผู้รู้ท่านอธิบายว่า ระบบสายพานจะมีพื้นที่รับน้ำหนักกว้างมาก..ลองเอาความยาวของสายพานคูณความกว้างดูจะเป็นพื้นที่ ที่สายพานช่วยกันรับน้ำหนักเครื่องจักรเฉลี่ยแล้วตารางนิ้วละไม่กี่กิโลกรัม..และที่สายพานจะมีครีบเล็กๆ ช่วยเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะผิวดิน ทำให้ไม่ลื่น..ยิ่งในเครื่องจักรที่ต้องลงไปทำงานในพื้นผิวดินโคลนด้วยแล้ว จะต้องใช้สายพานขนาดกว้างเป็นพิเศษ และมีครีบสูงกว่าปกติ ซึ่งจะช่วยให้สามารถเคลื่อนที่ผ่านดินอ่อนไปได้โดยไม่จม.. สายพานแบบนี้มีชื่อว่า "Swamp shoes" เรียกแบบลูกทุ่งไทยๆว่า "ตีนเป็ด"
ในส่วนของเครื่องจักรกลล้อยางหรือรถยนต์ พื้นที่รับน้ำหนักจะมีเพียงแค่ส่วนล่างสุดของล้อยางที่สัมผัสผิวดิน..ลองนึกภาพวงกลม (ล้อ) แตะกับเส้นตรง (ผิวดิน) จะเห็นว่ามีจุดสัมผัสกันนิดเดียว มีผลให้แรงยึดเกาะผิวดินน้อยกว่าระบบสายพาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น