วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

ช่วงนี้บ้านเรามีข่าวเกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์เยอะเหลือเกิน ส่วนมากเป็นข่าวที่ไม่น่ายินดีเสียด้วย อาจจะด้วยเหตุนี้หรือเปล่า ที่ทำให้ผมหมดแรงเขียนบล็อกลงไปเยอะ มันคิดอะไรไม่ค่อยออกว่าน่าจะเขียนเรื่องอะไร

พอเริ่มคิดออก ก็คิดว่าก็น่าจะเขียนถึงเรื่องเฮลิคอปเตอร์นี่แหละ เพราะรัสเซียก็มีอะไรดีๆเกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์อยู่ไม่น้อย

รัสเซียเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่โตที่สุดในโลกมาตั้งแต่โบราณกาล ผู้คนประเทศนี้มีความภาคภูมิใจในความใหญ่โตของประเทศ ก็เลยชอบที่จะสร้างอะไรที่มันใหญ่โตที่สุดในโลกด้วย ผมเคยเขียนเรื่องเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว วันนี้ก็น่าจะเขียนเรื่องเฮลิคอปเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย เพื่อให้ครบชุดกัน



ข้อมูลจากวิกิพีเดียบอกว่า เฮลิคอปเตอร์ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลกแบบไม่มีใครกล้าเถียง มีชื่อว่า Mil V-12 หรือบางทีก็เรียกว่า Mi-12 ขณะที่ฝ่ายนาโต้เรียกว่า Homer

แต่น่าเสียดาย เพราะเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้มีการสร้างเครื่องต้นแบบออกมาทดสอบแค่ 2 ลำเท่านั้น และก็ไม่ได้มีการผลิตออกมาแต่อย่างใด ดังนั้น ชื่ออย่างเป็นทางการของมันจึงถูกเรียกว่า Mil V-12 เพราะ คำว่า Mi-12 จะใช้ได้ก็แต่กับเฮลิ คอปเตอร์ที่เข้าสู่กระบวนการผลิตแล้วเท่านั้น



เฮลิคอปเตอร์ต้นแบบลำที่ 2

หากดูรูปแล้วจะเห็นว่า รูปร่างของมันยาวๆคล้ายกับเครื่องบินอยู่ไม่น้อย ทั้งยังมีปีกด้วย แต่ปีกที่ว่านี้ ทำหน้าที่เป็นฐานที่ตั้งของใบพัดมากกว่า มันจึงเป็นเฮลิคอปเตอร์แท้ๆ เจ้ายักษ์ลำนี้ยาว 37 เมตร สูง 12 เมตรครึ่ง บินได้ไกล 500 กิโลเมตร เพดานบินที่ 3,500 เมตร  ความเร็วสูงสุด 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง น้ำหนักสูงสุดตอนเทคออฟ 105,000 กิโลกรัม



สหภาพโซเวียต มีแนวคิดที่จะสร้างเจ้ายักษ์รุ่นนี้ก็เพื่อใช้มันในการลำเลียงขีปนาวุธสำคัญๆ  และด้วยภารกิจที่ว่านี้ มันจึงควรต้องสามารถบรรทุกน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่า 30,000 กิโลกรัม พวกเขาเริ่มงานการสร้างเครื่องต้นแบบในปี 1965

Mil V-12 ออกแบบและผลิตโดย Mil Design Bureau มันใช้ใบพัดหลัก 2 ชุด และตัดใบพัดหางออกไป นอกจากนั้นยังติดเครื่องยนต์คู่ที่ปีกแต่ละข้างอีกด้วย โดยทั้งชุดใบพัดและเครื่องยนต์ นำมาจากเฮลิคอปเตอร์ Mil Mi-6 ซึ่งก่อนหน้านี้ ทาง Mil Design Bureau ไม่เคยสร้างเฮลิคอปเตอร์แบบ 2 ใบพัดมาก่อนเลย แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการทำมาตั้งแต่ปี 1936 แล้ว


เฮลิคอปเตอร์ต้นแบบลำที่ 1


เครื่องต้นแบบลำแรกได้ลองบินขึ้นครั้งแรกเมื่อ 27 มิถุนายน 1967 ซึ่งตามมาตรฐานก็ถือว่าผ่าน แต่มามีปัญหาตอนลงจอดเล็กน้อย เมื่อมันลงกระแทกแรงไปหน่อย ล้อข้างหนึ่งต้องรับน้ำหนักมากกว่าข้างอื่น ยางก็เลยแตก และล้อด้านนั้นก็เสียหาย ซึ่งตามมาตรฐานรัสเซียก็ถือว่าเล็กน้อย แต่สื่อตะวันตกก็พากันรายงานว่ามันเสียหายอย่างหนัก บางคนก็ว่ามันตกไปเลย



เครื่องต้นแบบลำแรก ลองออกบินครั้งแรกเมื่อ 10 กรกฎาคม 1968 โดยบินจากโรงงานไปยังศูนย์ทดสอบการบิน ปีต่อมา มันก็ลองบรรทุกสัมภาระหนัก 31,030 กิโลกรัมขึ้นไปที่ความสูง 2,951 เมตร และอีกครึ่งปีต่อมา มันก็ยกสัมภาระนัก 44,205 กิโลกรัม ขึ้นไปที่ระดับความสูง  2,255 เมตร ซึ่งถือเป็นสถิติโลก และในปี 1971 มันได้ไปบินโชว์ในยุโรป ที่งาน Paris Air Show ครั้งที่ 29

สำหรับเครื่องต้นแบบลำที่ 2 นั้น ออกมาเมื่อต้นปี 1973 หลังจากล่าช้ากว่ากำหนดถึง 1 ปี เพราะต้องรอเครื่องยนต์ที่ไม่ส่งมาให้สักที



ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เฮลิคอปเตอร์ที่สร้างออกมา ทำงานได้เกินความคาดหมายกว่าที่ฝ่ายออกแบบตั้งใจไว้ พวกมันได้สร้างสถิติโลกขึ้นมากมาย และหลายสถิติก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ ( รวมทั้งการเป็นเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ) มันทำให้ทีมออกแบบได้รับรางวัลมากมาย รวมทั้งรางวัล Sikorsky Prize จาก American Helicopter Society ซึ่งเป็นประเทศคู่แข่ง การออกแบบมันถือว่าเป็นนวัตกรรม จึงมีการออกสิทธิบัตรในหลายประเทศ



แต่แม้ว่ามันจะเจ๋งสักเพียงใด สุดท้ายแล้วโชคชะตาในบั้นปลายของมัน ก็ต้องถือว่าพลิกโผอย่างมาก เมื่อกองทัพอากาศโซเวียตปฏิเสธที่จะรับมันมาทดสอบการใช้งานจากหลากหลายเหตุผล แต่เหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ ภารกิจสำคัญที่ทำให้เฮลิ คอปเตอร์ลำนี้กำเนิดขึ้นมานั้นไม่มีอยู่อีกต่อไป นั่นก็คือการลำเลียงขีปนาวุธข้ามทวีปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน แนว คิดเรื่องการนำขีปนาวุธมาใช้ก็เปลี่ยนไป เมื่อขีปนาวุธบางชนิดมีประสิทธิภาพไม่เป็นที่น่าพอใจของทางการ พวกมันจึงถูกกำจัดออกไป ซึ่งอาวุธพวกนี้ แต่เดิม V-12 จะต้องทำหน้าที่ลำเลียง นอกจากนั้นมันก็ยังมีปัญหาเรื่องราคาค่าตัวที่แพงไม่น้อย ขณะที่ภารกิจด้านการลำเลียงสัมภาระหนักๆ ก็สามารถใช้รุ่น Mi-6 แทนได้ และต่อมาก็ยังมีรุ่น  Mil Mi-26 ที่มีกำลังมากกว่ามาให้เลือกใช้



การพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ยักษ์ไร้อนาคตลำนี้ก็เลยหยุดในปี 1974 แต่เครื่องต้นแบบททั้งสองลำ ก็ยังคงถูกเก็บไว้ ไม่ได้เอาไปทิ้งที่ไหน โดยลำแรกเก็บไว้ที่โรงงานใกล้กรุงมอสโก ส่วนลำที่ 2 บริจาคให้กับพิพิธภัณฑ์ Monino Air Force ใกล้กับกรุงมอสโก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาเยี่ยมชม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น