สเปคโตรสโคป
มนุษย์เรารู้จักและคุ้นเคยกับแสงมาตั้งแต่สมัยโบราณ แสงเป็นพลังงานรูปหนึ่งและถูกจัดว่าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในศตวรรษที่ 17 เซอร์ไอแซค นิวตัน ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับแสง โดยให้แสงแดดส่องผ่านช่องแคบๆ แล้วไปตกลงบนแท่งแก้วปริซึม แสงจากดวงอาทิตย์จะมีการหักเหและถูกแยกออกมาเป็นสี 7 สี ที่เราเรียกว่าสเปคตรัมของแสงแดด สเปคตรัมของแสงแดดที่เราเห็นกันอยู่คุ้นตาก็คือ รุ้งกินน้ำ นั่นเอง ดังนั้นเราอาจกล่าวได้ว่า ถ้ามีแสงสีต่างๆ มาผสมรวมกันด้วยอัตราส่วนที่พอเหมาะจะได้แสงสีขาว แต่ถ้าผสมกันด้วยอัตราส่วนอื่นๆ ก็จะได้สีอื่นๆ เช่น สีเหลืองเกิดจาก สีแดง ผสมกับ สีเขียว เป็นต้น แต่แสงสีเหลืองที่เรามองเห็น ไม่จำเป็นต้องเกิดจากสีแดงผสมกับสีเขียวเสมอไป เช่น แสงสีเหลืองจากสเปคตรัมเปล่งแสงของโซเดียม ซึ่งเป็นสีเหลืองบริสุทธิ์ ตาของคนเราไม่สามารถแยกได้ว่า เป็นสีเหลืองแท้ หรือเกิดจากการผสม เราจำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ใช้วิเคราะห์สเปคตรัมนี้ ซึ่งเราเรียกว่า สเปคโตรสโคป (Spectroscope)
สเปคโตรสโคปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์สเปคตรัมของแสง เพื่อศึกษาธรรมชาติของแสงนั้น หรือเพื่อใช้วิเคราะห์และศึกษาสมบัติของสารต่างๆที่ให้กำเนิดแสงนั้นๆ โดยอาศัยการแยกสเปคตรัมของแสง
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานของสเปคโตรสโคปนี้ก็คือ เราสามารถศึกษาสเปคตรัมของเปลวไฟได้จากการใช้สเปคโตรสโคปส่องไปยังเปลวไฟ ที่เกิดจาการเผาเกลือของโลหะบางชนิด เช่น แคลเซียม สตรอนเชียม ลิเธียม ธาลเลียม ตะกั่ว โบรอน โซเดียม เป็นต้น โดยใช้ลวดพลาตินัมจุ่มลงในสารละลายเข้มข้นของโลหะที่จะทดลอง แล้วนำไปเผาในเปลวไฟของตะเกียงบุนเซน เมื่อสารละลายละเหยไป โลหะจะถูกเผาจนร้อนและเปล่งแสงออกมาได้ ดังแสดงในวิดีโอ เป็นตัวอย่างสเปคตรัมของ โซเดียม และ ทองแดง
นอกจากนี้ เราสามารถจะดูสเปคตรัมเปล่งแสงของแก๊สได้โดยอาศัยไฟฟ้าแรงสูงทำให้แก๊สแตกตัว แล้วเปล่งแสงออกมา เช่น เราสามารถดูสเปคตรัมของแสงที่ถูกเปล่งออกมาจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ได้
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น