วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

วิศวกรอุตสาหการ-Industrial-Engineer

นิยามอาชีพ
ผู้ปฏิบัติงานวิศวกรอุตสาหการ-Industrial-Engineer ทำหน้าที่วิเคราะห์วางแผน ออกแบบ และควบคุมงานตามแผนการผลิต รวมทั้งวิธีการควบคุมการทำงาน และต้นทุนการผลิต และวิธีทำงานโดยปลอดภัย เพื่อให้ประสิทธิภาพ การผลิตสูงขึ้น

ลักษณะของงานที่ทำ
1. ออกแบบ วิเคราะห์วิธีการผลิต และปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ทางอุตสากรรม เช่นการผลิต การจัดการและการตลาดใช้ระบบที่มีความสัมพันธ์ระหว่างคน วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักร ซึ่งจะนำพื้นฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การจัดการมาใช้ เป็นต้น
2. ตรวจสอบสถิติต่างๆ เช่น สถิติการขายผลผลิตและวัสดุที่สิ้นเปลือง เป็นต้น รวมทั้งศึกษา แผนผังของโรงงานผลิต นำเครื่องจักรใหม่ๆมาใช้เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง และดัดแปลงเครื่องจักรเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการผลิตสูงขึ้น
3. จัดวางเครื่องจักร และสายงานเพื่อให้ได้ปริมาณผลผลิตสูงที่สุด โดยให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ต้นทุน ความปลอดภัย และปัจจัยอื่นๆ คงที่
4. แก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลักการทางเศรษฐศาสตร์ในการใช้เงิน วัสดุ เวลา กำลังการผลิตของคนงานและเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต
5. ตรวจดูกรรมวิธีการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจงานในฝ่ายผลิต วางระเบียบ และประสานงานระหว่างฝ่ายสำนักงานกับฝ่ายโรงงานแนะนำวิธีการต่างๆ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตให้สูงขึ้น ริเริ่ม และวางแนวทางในการดำเนินงานที่จะเพิ่มผลผลิตของสถานประกอบการ
6. ศึกษา และพิจารณากำหนดหน้าที่การงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ตรวจสอบและกำหนดระดับอัตราค่าจ้างที่สมดุลย์กับค่าของงานที่คนงานทำในลักษณะเดียวกัน อาจศึกษาลักษณะหน้าที่งานที่ทำเฉพาะอย่าง และแนะนำวิธีปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น
7. อาจทำงานเป็นลูกจ้างขององค์การใดองค์การหนึ่ง หรือทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาอิสระให้แก่ องค์การที่ต้องการคำปรึกษาแนะนำ และความช่วยเหลือ
8. วิศวกรอุตสาหการอาจแบ่งสาขาเฉพาะออกได้เป็นวิศวกรรมการจัดการระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมการปฏิบัติงานของมนุษย์ วิศวกรรมความปลอดภัยการวิจัยการปฏิบัติงาน และวิศวกรรมการผลิตอุตสาหกรรม

สภาพการทำงาน
สถานที่ทำงานของวิศวกรอุตสาหการจะมีสภาพเหมือนที่ทำงานทั่วไป คือเป็นสำนักงานที่มีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สำนักงานทั่วไป แต่โดยลักษณะงานที่จะต้องควบคุมงานการผลิต จึงจำเป็นที่จะต้องตรวจดูงานในโรงงานที่ทำการผลิตอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากต้องควบคุมดูแลงานการผลิตให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับงานหรือสถานที่ทำงานที่เสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยในการทำงาน วิศวกรอุตสาหการจะต้องใช้อุปกรณ์คุ้มครองส่วนบุคคลในขณะปฏิบัติงาน

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
ผู้ประกอบวิศวกรอุตสาหการ-Industrial-Engineer ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วศ.บ.)
2. เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มุ่งมั่นค้นคว้าอย่างต่อเนื่องเพื่อหาวิธีที่ประหยัด และ มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. มีวิสัยทัศน์ และสนใจกับเหตุการณ์ข่าวสารที่เกิดขึ้นตลอดเวลารับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และมีจรรยาบรรณของวิศวกร
4. มีความอดทน และเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ มีอารมณ์เยือกเย็น มีความคิดสุขุม
5. มีลักษณะเป็นผู้นำ ทั้งนี้งานส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการควบคุมคนเป็นจำนวนมาก
6. มีพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์เป็นอย่างดี
ผู้สนใจประกอบวิศวกรอุตสาหการ-Industrial-Engineer สามารถเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาชีพดังนี้ : สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสาขาวิทยาศาสตร์ หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพจากสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะ เพื่อเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ระยะเวลาการศึกษา 4 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วศ.บ.) ในสาขาที่เรียน หรือ
สำเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ที่ศึกษาเกี่ยวกับทางด้านช่าง จากสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะ เพื่อเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ระยะเวลาการศึกษา 2 ปี (หลักสูตรต่อเนื่อง) เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วศ.บ.) ในสาขาที่เรียน

โอกาสในการมีงานทำ
เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในประเทศกำลังอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเห็นความสำคัญของวิศวกรอุตสาหการมากขึ้น ฉะนั้นงานสำหรับวิศวกรสาขานี้จึงยังมีอยู่อย่างกว้างขวาง แนวโน้มความต้องการของตลาดแรงงานที่เพิ่มขึ้นตามภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ การขยายตัวของโรงงานต่างๆ และการพัฒนากระบวนการผลิตสำหรับหน่วยงานราชการก็อาจจะยังต้องการวิศวกรอุตสาหการ เพื่อให้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์การผลิต

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
ผู้ที่สำเร็จการศึกษาทางด้านวิศวกรอุตสาหการ หากทำงานเพิ่มประสบการณ์และได้รับการอบรมในวิชาที่เกี่ยวข้อง และมีความสามารถในการบริหารก็สามารถที่จะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้บริหารใน สถานประกอบการอุตสาหกรรมได้ หรือสามารถทำธุรกิจส่วนตัวโดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการวางแผนงานการผลิต แก้ไขปรับปรุง กระบวนการผลิต และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
สำหรับผู้ที่ศึกษาเพิ่มเติมถึงขั้นปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก สามารถที่จะเป็นอาจารย์ใน มหาวิทยาลัยทั่วไปได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น